6 มีนาคม 2553

สอบเสร็จแล้ว ก็มาพักผ่อนกันหน่อยครับ

วันนี้ ผมไปสอบ GAT มาครับ เป็นการคิดวิเคราะห์ที่สนุกมากครับ  ทุกๆท่าน ก็อย่าเพิ่งเครียดเกินไปกับการสอบนะครับ  เอาเป็นว่า เรามาพักผ่อนกันด้วยการอ่านการ์ตูน ภาษาอังกฤษ  เป็นการฝึกภาษาไปด้วยในตัว ที่ www.mangafox.com ครับ  ที่นี่มีการ์ตูนหลายเล่มที่ไทยยังไม่ออกครับ

ถ้าว่างๆ หรือเบื่อก็เข้าไปอ่านกันนะครับ  ผมอ่าน pokemon special ที่นี่ครับ  http://www.mangafox.com/manga/pok_mon_adventures/

3 มีนาคม 2553

สอบ สอบ สอบ มากินอาหารเพื่อการสอบกันครับ

 ช่วงนี้ หากใครอยู่ในวงการ การศึกษา ก็มีแต่เรื่องสอบนะครับ  สอบทุกวันเรามาดูแลตนเองกันบ้างครับ ก่อนสอบ ทานอาหารช่วยบำรุงสมองกันบ้างนะครับ  ใครสอบก็ดูแลตนเองดีดี จะได้สอบได้ดีดีครับ สุขภาพก็ส่งผลต่อการคิดและ ต่อสมอง เช่นกันครับ

อาหาร บำรุงสมอง ฉลาดทันใจภายใน 7 วัน  www.cheewajit.com/

สมองปรอดโปร่งด้วยอาหารเช้า 
    ด้วยความเร่งรีบของวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ ทำให้ใครหลายคนละเลยการรับประทานอาหารเช้าโดยไม่รู้ตัว หรือรับประทานน้อย ทั้งๆที่อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุดของวัน
    รศ.ดร. ประไพศรี ศิริจักรวาล อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า
    “อาหารเช้า เป็นการเปิดรับพลังงานให้ร่างกาย เพราะร่างกายไม่ได้ทานอาหารมาตลอดทั้งคืน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6-8 ชั่วโมง เมื่อตื่นนอนก็ต้องมีกิจกรรมตลอดทั้งวัน ร่างกายจึงต้องการใช้พลังงานจากอาหารเช้าเพื่อแปรเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลกลูโคส เพื่อไปเลี้ยงสมองอย่างเพียงพอ
    “ดังนั้น การได้รับอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในมื้อเช้า ย่อมทำให้มีพลังในการทำกิจกรรมต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ สมองแจ่มใส อารมณ์ไม่หงุดหงิด สมาธิดี”
เพิ่มพลังชีวิตด้วยอาหารกลางวัน
    “กลางวันนี้กินอะไรกันดี” คำถามยอดฮิตที่บางครั้งหาคำตอบยากเหลือเกิน มาฟังเทคนิคการเลือกอาหารกลางวันที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์กันดีกว่า
   หนังสือ THE NATURE DOCTER : A Manual of Traditional and Complementary Medicine แนะนำว่า

  • รับประทานสลัดหรือเมนูผักเพื่อเติมแร่ธาตุ วิตามินให้กับร่างกาย
  • รับประทานอาหารที่มีถั่วเหลือง หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วเหลืองเป็นส่วนประกอบ เพื่อรับโปรตีนบริสุทธิ์จากพืชทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์
  • รับประทานข้าวกล้อง หรือเมนูอาหารที่มีส่วนประกอบของธัญพืชที่ไม่ได้ผ่านการขัดสี เช่นข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เล่ต์ เพื่อเพิ่มโปรตีน เร่ธาตุ และวิตามิน ทำให้สมองปิ๊ง พร้อมสู้งานต่อตลอดบ่าย
สบายท้อง พร้อมพักผ่อนด้วยอาหารเย็น
    อาหารเย็นเป็นมื้อที่คุณควรบริโภคให้น้อยที่สุด แต่ในปริมาณน้อยนั้น ก็ต้องคำนึงถึง
คุณภาพด้วย
    หนังสือ THE NATURE DOCTER : A Manual of Traditional and Complementary Medicine แนะนำว่า

  • เลือกเมนูอาหารเบาๆ จะสบายท้อง นอนหลับสบาย
  • รับประทานอาหารธรรมชาติ ปราศจากการแปรรูป แม้จะบริโภคไม่มาก แต่ร่างกายก็จะได้รับสารอาหารเต็มที่ แถมยังทำให้ไม่หิวในช่วงกลางคืน สมองปรอดโปร่ง พร้อมรับเช้าวันใหม่
สมดุลอาหาร & พลังงาน
    วิถีชีวิตและกิจกรรมที่แตกต่างกันไปของแต่ละคน เป็นปัจจัยในการเลือกรับประทานอาหารบำรุงสมองด้วยเช่นกัน
    รศ.ดร. ประไพศรี กล่าวว่า “การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ ควรคำนึงถึงวิถีชีวิต และกิจกรรมที่ต้องทำในแต่ละวันด้วย
    “ยิ่งถ้าต้องทำงานที่ใช้ความคิด หรือกิจกรรมที่ไม่อยู่นิ่งตลอดเวลา อาหารที่รับประทานแต่ละมื้อก็ต้องให้พลังงานเพียงพอ
    “นอกจากนั้น ต้องเลือกรับประทานให้สมดุลกับพลังงานที่ต้องการในแต่ละวัน ไม่มากไม่น้อยเกินไป
    “ยกตัวอย่าง ถ้าช่วงเช้าต้องประชุม แน่นอนว่าต้องใช้ความคิดมาก อาหารเช้าที่รับประทานก็ต้องเป็นอาหารที่ช่วยบำรุงสมอง ทำให้สมองปรอดโปร่ง ไม่ใช่แค่ดื่มกาแฟเพียงแก้วเดียว เป็นต้น”
    เมื่อวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่เป็นแบบนี้ ในหนึ่งสัปดาห์เราจะเลือกกินอย่างไรดี เพื่อสุขภาพสมอง

ออกกำลัง ตา กันหน่อยครับ จาก ชีวจิต ครับ

วันนี้เอาบทความที่เจอมานานแล้วแต่ลืมทุกทีมาฝากทุกๆท่านครับ เป็นการบริหารสายตา ตามแบบชีวจิตครับ


บริหาร ตาบอกลาแว่น  จาก www.cheewajit.com
          อะไร เอ่ย...เวลาใช้ต้องเอาหน้าซุกหว่างขา ฮ่า ฮ่า ก็แว่นตาน่ะสิคะ ส้มจี๊ดเป็นคนหนึ่งล่ะค่ะที่ไม่ชอบสวมแว่นตาเพราะรู้สึกรำคาญดั้งจมูกเป็น ที่สุด วันนี้เลยนำวิธีบริหารลูกตาเพื่อลดอาการสายตาสั้นกันสายตายาวมาฝากกันค่ะ
  • ท่าที่ 1 กรอกลูกตามองไปทางซ้ายสุด และมองมาทางขวาสุดเท่าที่จะทำได้ ทำ 10 ครั้ง
  • ท่าที่ 2 เหลือบลูกตาขึ้นมองเพดาน โดยวางหน้าตรงไม่แหงน และเหลือบตาลงล่างสุดมองพื้น ทำขึ้นๆลงๆ 10 ครั้ง
  • ท่าที่ 3 เหลือบตามองขึ้นไปที่ปลายคิ้วซ้าย และลากตาเหลือบลงมาที่แก้มขวา ทำ 10 ครั้ง
  • ท่าที่ 4 เหลือบตามองขึ้นไปที่ปลายคิ้วขวา และลากตาเหลือบลงมาที่แก้มซ้าย
  • ท่าที่ 5 กรอกลูกตาหมุนไปเป็นวงกลมซ้าย-ขวา ทำข้างละ 10 ครั้ง
  • ท่าที่ 6 เป็นการเพ่งลูกตาเพื่อบริหารกล้ามเนื้อทั้ง 6 มัด พร้อมกันโดยการนั่งบนเก้าอี้ วัดความสูงจากยอดศีรษะตนเองถึงก้นที่นั่ง บนเก้าอี้ เช่น วัดได้ 70 เซนติเมตร เอาความยาว 70 เซนติเมตร วัดจากลูกตาไปที่กำแพงในท่านั่งเก้าอี้แล้วจุดหรือทำสัญลักษณ์ไว้ที่กำแพง ระดับเดียวกับลูกตาในขณะที่นั่งเก้าอี้นั้น จากนั้นค่อยๆเพ่งมองจุดหรือสัญลักษณ์นั้น ห้ามกระพริบตาจนรู้สึกแสบตา น้ำตาเอ่อออกมาจึงค่อยกระพริบตา ทำหลายๆครั้ง จะรู้สึกว่าสายตามองชัดเจนขึ้น
  • ท่าที่ 7 หลับตาทั้งสองข้าง เอานิ้วชี้ทั้งสองข้างวางเหนือหัวคิ้วแต่ละข้างแล้วค่อยๆกดนวดคิ้วและรอบดวง ตา เพื่อเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่อยู่รอบนอกของตา
          นอกจากลดสายตาสั้นกันสายตายาว ช่วยให้ไม่ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อยๆแล้ว การบริหารดวงตายังช่วยลดและป้องกันอาการบกพร่องที่จอรับภาพได้อีกด้วย (อาการบกพร่องที่จอรับภาพคือรู้สึกตามีแสงแปลบปลาบหรือเห็นหิ่งห้อยวิ่งไปมา หรือเห็นเป็นแสงสว่างวงๆวาบๆ บ่อยๆ อาการเหล่านี้หากปล่อยไว้จอรับภาพอาจพิการหรือถึงกับมองไม่เห็นได้) เพราะการบริหารลูกตาอย่างสม่ำเสมอทุกๆวันช่วยให้เลือดมาเลี้ยงจอรับภาพมาก ขึ้น อาการบกพร่องจะน้อยลงหรืออาจหายไปได้ และสำหรับคนที่สายตาปกติดีอยู่แล้ว การบริหารนี้ก็ช่วยให้กล้ามเนื้อตาแข็งแรงนัยน์ตาสดใสค่ะ